แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศาสนาในภูเก็ต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศาสนาในภูเก็ต แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ศาสนาอิสลาม

ศาสนาอิสลาม

ศาสนาอิสลาม
ศาสนาอิสลาม

ศาสนาอิสลามเข้ามาในภูเก็ตเมื่อใดไม่ปรากฏชัดเจน เพียงแต่ปรากฏในพงศาวดารเมืองถลางบันทึกว่า

เมืองถลางแต่ก่อน จอมร้างบ้านตะเคียนเป็นเจ้าเมือง เมียจอมร้าง เป็นแขกมาจากเมืองไทร ชื่อหม่าเสี้ย ลูกมหุ่มเฒ่า

จากข้อความนี้ อาจจะสันนิษฐานได้ว่าศาสนาอิสลามเข้ามาสู่ภูเก็ตโดยการอพยพย้ายถิ่น นายเกษม กูสลามัต อดีตครูใหญ่บ้านบางคูได้ให้ข้อสันนิษฐานว่า ชาวไทยมุสลิมในภูเก็ตนั้นมาจาก 2 สาย คือ สายมาเลเซีย สังเกตจากผู้ชายจะนิยมสวมหมวกหนีบสีดำอีกพวกหนึ่งมาจากอาหรับ ผู้ชายนิยมสวมหมวกสีขาว (ปีเยาะห์) ปัจจุบันความนิยมสวมหมวกหนีบหมดไป เพราะเมื่อชาวมุสลิมเดินทางไปประกอบพิธีฮัจจย์ที่ประเทศซาอุดิอารเบีย ทุกคนรับวัฒนธรรมการแต่งกายแบบตะวันออกกลางมาใช้

ศาสนาสิกข์

ศาสนาสิกข์

ศาสนาสิกข์ภูเก็ต
ศาสนาสิกข์

ชาวสิกข์ในภูเก็ตเข้ามาประมาณ 70-80 ปีมาแล้ว ครั้งแรกเข้ามาอยู่ที่ปีนังแล้วค่อยอพยพเข้าสู่ภูเก็ต ในระยะแรกมีเพียง 10 คน เข้ามาขายผ้าบริเวณถนนถลางย่านธุรกิจดั้งเดิมของภูเก็ตและได้จัดตั้ง วัดสิกข์ “คุรุทวารา” ที่ถนนสุทัศน์ มีผู้นำชาวสิกข์คือ นาย จี. ซิงห์ ชาวสิกข์ในภูเก็ตจะทำมาหากินอย่างสงบ และช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสในจังหวัดภูเก็ต

ศาสนาฮินดู

ศาสนาฮินดู

ศาสนาฮินดูในภูเก็ต
ศาสนาฮินดู

สำหรับ ชาวอินเดีย ที่อพยพเข้าตั้งถิ่นฐานในภูเก็ต ส่วนใหญ่เป็นชนผิวดำจากรัฐทางตอนใต้ เช่น รัฐทมิฬนาดู รัฐมัทราส และ บริเวณอ่าวเบงกอลคือบังกลาเทศในปัจจุบัน จากคำบอกเล่าของ นายเอ็ม วี ลู (นายห้างไพรัช สโตร์) ประธานมูลนิธิภูเก็ตตันดายูดาปานี ได้เล่าว่า ชาวอินเดียเข้ามาตั้งถิ่นฐานในภูเก็ตประมาณปี ค.ศ.1940 เป็นกลุ่มเล็ก ๆ มาจากอินเดียโดยตรง อีกส่วนหนึ่งมาจากมาเลเซีย การนับถือศาสนาฮินดูในภูเก็ต นับถือกันเฉพาะคนฮินดูเท่านั้น เมื่อมีการอพยพผู้คนเข้ามามากขึ้นจึงจัดให้มีวัดฮินดูบริเวณแถวน้ำ (ถนนเทพกระษัตรี) เป็นห้องแถวไม้ ต่อมาชาวฮินดูได้รวบรวมเงินบริจาคเพื่อสร้างวัดแห่งใหม่ที่กว้างขวางกว่าเดิม นายจินนายา เจ๊ะตี ผู้ประกอบอาชีพเงินกู้และรับซื้อเศษเหล็ก มีฐานะดี เป็ยผู้ที่ทั้งชาวอินเดียและชาวภูเก็ตไว้วางใจในการนำเงินมาฝากและขอกู้เงิน ในสมัยนั้นการธนาคารในภูเก็ตไม่แพร่หลาย มีธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์เพียงแห่งเดียว เงินจำนวนหนึ่งของนายจินนายารวมกับเงินบริจาคได้นำไปซื้อที่ดินบริเวณถนนสุทัศน์ เป็นสถานที่สร้างวัดฮินดูตันดายูดาปานีในปัจจุบัน วัดฮินดูแห่งนี้นับถือ พระพิฆเนศ,พระขันฑกุมาร,พระลักษมี

ชาวฮินดูในภูเก็ตส่วนใหญ่เป็นลูกผสมที่เกิดจากแม่ที่เป็นคนท้องถิ่น ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับศาสนาฮินดูมานัก ส่วนมหญ่จะหันมานับถือศาสนาพุทธมากขึ้น ทำให้ขาดผู้สืบทอด ไม่สามารถอ่านคัมภีร์ทางศาสนาได้ ความซาบซึ้งในศาสนาพุทธลดลง ประธานมูลนิธิคือ นายเอ็ม วี ลู เป็นผู้นำสวดและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตลอดจนให้ความอุปการะแก่วัดมาโดยตลอด

ศาสนาคริสต์

ศาสนาคริสต์

ศาสนาคริสต์ในภูเก็ต
ศาสนาคริสต์

ศาสนาคริสต์ในภูเก็ต มีทั้งผู้ที่นับถือนิกายโรมันคาทอลิกและนิกายโปรเตสแตนท์สำหรับศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนท์ ในภูเก็ตนั้น เริ่มจากมิชชั่นนารีจากมาเลเซียเข้ามาในภูเก็ตราว ค.ศ.1871 และใช้ภาษาจีนฮกเกี้ยนในการสอนศาสนา หลังจากนั้นประมาณ ปี มิชชั่นนารีชื่อ วิลเลี่ยม เมค โดนัล (William Mac Donal) และ ฟิลิป เจ. ฮอคการ์ด (Philip J. Hocqquard) ได้เดินทางจากปีนังเข้าสู่ภูเก็ต ขณะนั้น มีผู้นับถือศาสนาคริสต์ในภูเก็ตมีเพียง 8 คน และมิชชั่นนารีทั้งสองได้ประกอบพิธีศีลมหาสนิทให้แก่ชาวภูเก็ตเหล่านั้น อ๋องหิ้น (Ong Hin) เป็นผู้หนึ่งที่ศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้าอย่างยิ่งเขาได้รวบรวมเงินจากการขายขนมซื้อบ้านที่ถลาง 1 หลัง ในปี ค.ศ.1889 คือ บ้านเลขที่ 24 เพื่อเป็นสถานที่พบปะของคริสต์ศาสนิกชน และเป็นที่เผยแพร่ประกาศข่าวประเสริฐของพระผู้เป็นเจ้า สถานที่นี้ยังเป็นสถานที่สำหรับสวดมนต์ และประกอบพิธีกรรมทางศาสนาจนถึงปัจจุบัน คือ คริสต์เตียนสถานถนนถลางในปัจจุบัน ขณะนี้ชาวภูเก็ตที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายนี้เพิ่มมากขึ้น และขยายโบสถ์ออกไปหลายแห่งในภูเก็ต เช่น โบสถ์คริสตจักรภูเก็ต ถนนเจ้าฟ้า หรือเรียกว่า “คริสตจักร (ท่าแครง) ภูเก็ต”

ส่วนศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกนั้น ได้เผยแพร่เข้ามาในภูเก็ตตั้งแต่ สมัยอยุธยา จากการนำเข้ามาของชาวโปรตุเกส โดยเฉพาะสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชมีพ่อค้าชาวฝรั่งเศสมาตั้งห้างค้าดีบุกเป็นจำนวนมาก ประกอบกับพระองค์ให้อิสระในการนับถือศาสนา จึงมีมิชชั่นนารีหมุนเวียนเข้ามาเผยแพร่ศาสนาเป็นจำนวนมากในภูเก็ต แต่การเผยแพร่ศาสนาในระยะแรกนั้นไม่มีหลักฐานปรากฏชัดเจน หลักฐานอ้างอิงในการเผยแพร่ศาสนาในภูเก็ตปรากฏชัดเจนประมาณ ค.ศ.1935-1945 พระสงฆ์คณะซาเลเซียน โดย คุณพ่อมารีโอ รูเช็ดดู ได้เข้ามาฟื้นฟูและรวบรวมคริสตศาสนิกชนในจังหวัดภูเก็ตให้เป็นกลุ่มเป็นก้อนอีกครั้งหนึ่ง คุณพ่อมารีโอ รูเช็ดดู ได้ให้ความช่วยเหลือทางการศึกษาแก่นักศึกษา 2 คนคือ นายฟรังซีสกิจจา อนิวรรตน์ และ นายทวี อนิวรรตน์ ทั้งคู่เป็นบุตรของขุนแถลงภาษา (นายแถลง อนิสรรตน์ บันทึกของพระสังฆราชเปโตร คาเร็ตโต) ต่อมาเมื่อคณะสงฆ์ที่เข้ามาเผยแพร่ศาสนามีจำนวนมากขึ้นจึงได้จัดซื้อที่ดินเหมืองเก่าเพื่อสร้างเป็นโบสถ์และโรงเรียน คือโรงเรียนดาวรุ่งวิทยาในปัจจุบัน เปิดทำการสอนเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ.1954 และได้สร้างโบสถ์ใหม่ในเดือนธันวาคม ค.ศ.1957 ชื่อว่า โบสถ์นักบุญฟรังซีส เซเวียร์ ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น โบสแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ตั้งอยู่ที่ซอยตลิ่งชันจนถึงทุกวันนี้

ศาสนาพุทธ

ศาสนาพุทธ

ศาสนาพุทธ
ศาสนาพุทธ

ในด้านพระพุทธศาสนา ตามข้อสันนิษฐานของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพกล่าวว่า พระพุทธศาสนาประดิษฐานในประเทศไทยราวปี พ.ศ.500 อาณาจักรแรกที่ประดิษฐานพระพุทธศาสนา คือ อาณาจักรทวาราวดี ชนพื้นเมืองที่ยอมรับนับถือศาสนานี้ คือ ขอม มอญ ละว้า ส่วนดินแดนทางภาคใต้นั้น ในระยะที่อาณาจักรศรีวิชัยเรืองอำนาจ ราวปี พ.ศ.1300 ได้เข้ามาครอบครองดินแดนแถบนี้ และได้นำเอาพระพุทธศาสนานิกายมหายานเข้ามาเผยแพร่ หลักฐานคือ พระบรมธาตุไชยาและพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช เป็นศิลปะศรีวิชัยมาก่อน ต่อมาในราว พ.ศ.1800  ในสมัยอาณาจักรสุโขทัย พระภิกษุไทยซึ่งได้รับการศึกษาจากประเทศลังกาได้กลับมาเผยแผ่ศาสนาพุทธหินยาน และได้สร้างพระมหาธาตุเจดีย์ครอบเจดีย์สมัยศรีวิชัย ซึ่งเป็นสถูปแบบลังกา พระพุทธศาสนาหินยานเจริญรุ่งเรืองในดินแดนภาคใต้อย่างรวดเร็ว จนถึงสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระองค์ได้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาที่นครศรีธรรมราช จึงได้อารธนาพระเถระจากนครศรีธรรมราชไปเผยแผ่ศาสนาที่กรุงสุโขทัย

สำหรับจังหวัดภูเก็ต ก่อนที่พระพุทธศาสนาจะเจริญรุ่งเรืองนั้น ชาวภูเก็ตรุ่นแรก ๆ คงนับถือเทพ นับถือผี วิญญาณ เวทมนต์คาถา มาก่อน ต่อมาเมื่อศาสนาพุทธได้เข้ามามีอิทธิพลในดินแดนนี้ ชาวพื้นเมืองจึงนำความเชื่อของศาสนาพุทธผสมผสานกับความเชื่อเดิม ฉะนั้น ชาวพุทธในภูเก็ต จึงมรความเชื่อในอิทธิฤทธิ์ของพระนารายณ์ พระพรหม พระอิศวร ในขณะเดียวกันก็นับถือเซียนองค์ต่าง ๆ ที่มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ และไปวัดเมื่อถึงเทศกาลหรือประเพณีสำคัญ ๆ ทางพระพุทธศาสนา หิ้งพระของชาวภูเก็ตจึงประกอบด้วยพระพุทธรูปปุ้นเถ้ากง เซียนองค์สำคัญที่ตนนับถือ เจ้าแม่กวนอิม จะเป็นเช่นนี้ทุกบ้าน ยกเว้นบ้านที่เป็นคนไทยแท้จึงจะมีพระพุทธรูปเพียงอย่างเดียว

ศาสนา

ศาสนา

ชาวภูเก็ตส่วนใหญ่นับถือศาสนพุทธ รองลงมาคือศาสนาอิสลาม มีการนับถือศาสนาอื่น ๆ อีกเล็กน้อย เช่น ศาสนาคริสต์ ศาสนาสิกข์ และฮินดู การนับถือศาสนาของชาวภูเก็ต นับถือตามบรรพบุรุษ การนับถือศาสนาที่ต่างกัน ไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมือง แต่สามารถมองเห็นความแตกต่างจากวัฒนธรรม การแต่งกาย การใช้ภาษา และลักษณะทางสรีรวิทยา ชาวภูเก็ตที่นับถือศาสนาพุทธ จะปฏิบัติเช่นเดียวกับชาวพุทธทั่วไปในประเทศไทย ส่วนชาวพุทธที่มีเชื้อสายจีน ก็จะปฏิบัติเช่นเดียวกันกับชาวพุทธเชื้อสายไทย เพียงแต่มีการประกอบพิธีกรรมที่เกี่ยวกับประเพณีจีนที่แตกต่างกันออกไป เช่น งานพ้อต่อ เช็งเหม็ง การบูชาบรรพบุรุษ การบูชารูปเซียนองค์ต่าง ๆ ที่หน้าบ้านคู่กับพระพุทธรูป เพื่อขจัดปัดเป่าภัยอันตรายต่าง ๆ